พัฒนาการของเด็กปฐมวัย
กระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะและพฤติกรรมที่มีทิศทางและรูปแบบที่แน่นอนจากช่วงระยะเวลาหนึ่งไปสู่อีกระยะหนึ่งผ่านกระบวนการเรียนรู้ จนสู่วุฒิภาวะซึ่งก็คือการบรรลุถึงขั้นการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของบุคคลในระยะใดระยะหนึ่งและพร้อมที่จะทํา กิจกรรมอย่างนั้นทํา ให้เพิ่มความสามารถของบุคคลให้ทํา หน้าที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถทํา หน้าที่ที่สลับซับซ้อนยุ่งยากได้ตลอดจนเพิ่มทักษะใหม่และความสามารถในการปรับตัวต่อภาวะใหม่ของบุคคลผู้นั้น
การประเมินด้านพัฒนาการภาวะสุขภาพ
สุขภาพอนามัย เป็นตัวชี้วัดที่แสดงคุณภาพชีวิตของเด็ก โดยการพิจารณาความสะอาด สิ่งผิดปกติของร่างกายที่จะส่งผลต่อการดําเนินชีวิตและการเจริญเติบโตของเด็กในการประเมินครั้งนี้จะประเมินสุขภาพอนามัย 9 รายการ
รายการประเมินสุขภาพอนามัย
1. ผมและศีรษะ
2. หูและใบหู
3. มือและเล็บมือ
4. เท้าและเล็บเท้า
5. ปาก ลิ้น และฟัน
6. จมูก
7. ตา
8. ผิวหนังและใบหน้า
9. เสื้อผ้า
ความรู้ที่ได้รับ
กล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะที่สำคัญหนึ่งในการประกอบ กิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เช่นการใส่ - ถอดกระดุม รูดชิป การแปรงฟัน ผูกเชือกรองเท้า งานศิลปะ รวมทั้งการขีดเขียน ถ้าเด็กใช้กล้ามเนื้อเล็กได้ คล่องแคล่ว จะช่วยส่งเสริม พัฒนาการด้านต่างๆ เช่น ด้านสติปัญญาให้ดีขึ้นเพราะกล้าม เนื้อมัดเล็กมีส่วนทำให้ เด็กได้ใช้มือสำรวจ สังเกต จากการ สัมผัสจับต้องในทุก ๆกิจกรรม
กลุ่มที่ 4
วัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเรียนรู้เรื่องต่างๆมากที่สุดในชีวิตเด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นไรในอนาคตขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในช่วงนี้เป็นช่วงที่หล่อหล่อมลักษะพิเศษของแต่ละคน
หลักการประเมินพัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจของเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาเด็กอายุ3-6ปีเป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาของเด็ก โดยถือเป็นการบวนการต่อเนื่องและส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติที้จัดให้เด็กในแต่ละวัน
กลุ่มที่ 5
ความรู้ที่ได้รับ
การเรียนรู้เงื่อนไขต่างๆ ในสังคม การเรียนรู้นี้ทำให้คนมีความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมต่างๆ ตามที่สังคมนั้นๆ มีอยู่ ทำให้คนที่เติบโตในสังคมไทยมีความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมแบบไทย และทำให้คนที่เติบโตในสังคมจีนมีความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมแบบจีน
การพัฒนาสัมพันธภาพทางสังคม
การพัฒนาสัมพันธภาพทางสังคมของเด็กปฐมวัย เป็นวัยที่เด็กมีการปรับตัวเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคม สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้อื่นได้ตามลำดับขั้นตอนของวัยและช่วงอายุ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมความรู้สึกที่เหมาะสมในสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สามารถเล่นทำงาน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีพัฒนาการทางสังคม
กลุ่มที่ 6
กลุ่มที่ 7
เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา : ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆ ของเด็กปฐมวัยและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน เวลา 13:00 - 14:00 น
การคิดหมายถึงการคิดเป็นกระบวนการของสมองในการประมวลข้อมูลความรู้ไปสู่การอธิบาย การประยุกต์ การขยายและการสร้างใหม่
ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย
การคิดสำหรับเด็กปฐมวัยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดในขณะทำกิจกรรมหรือการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ สังกต และเปรียบเทียบ
ความสำคัญของการคิด
1.การคิดช่วยให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักการได้แก้ไขปัญหาอย่างมีเหตุผล
2.การคิดเกิดขึ้นได้ขณะที่เด็กฝึกทักษะ
3.การคิดช่วยให้สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง
4.การคิดช่วยให้เด็กมีโอกาศหาคำตอบในการแก้ปัญหา
การนําเสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญา
เด็กปฐมวัยชอบพูดชอบแสดงความคิดเห็น ซอบซักถาม และแก้ปัญหา ดังนั้นสั่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญที่จะยั่วยุให้เด็กมีพัฒนาการทางสตัปัญญาความคิดความสามารถที่เกี่ยวกับสติปัญญาของเด็กปฐมวัยที่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรม ได้แก่ สามารถจำสั่งของต่าง ฯและเรียกชื่อได้ถูกต้องเช่น สั่งของที่อยู่ใกล้ตัว ผงไม้สัตว์ที่รู้จักของใช้ต่าง ฯเป็นต้นมาสามารถจำแนกความเหมือน ความแตกต่างของสั่งต่างได้สามารถเรียงลำดับสั่งต่างๆได้เราสามารถดูพัฒนาการของสติปัญญาได้โดยวิธีสังเกต พฤติกรรม องค์ประกอบที่จะทำให้เราสามารถสังเกตพฤติกรรมเด็กเพื่อดูพัฒนาการทางสติปัญญา
เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา : ความคิดสร้างสรรค์
วิธีการที่เหมาะสมและนิยมใช้ในการประเมินเด็กปฐมวัยมีด้วยกันหลายวิธี ดังต่อไปนี้ การประเมินพัฒนาการทางค้านสติปัญญา สามารถประเมินได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้
1.การสังเกตและจดบันทึกเนื่องจากพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ เห็นได้ชัด การสังเกตและบันทึกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเด็กเพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านความคิดการใช้เหตุผลและภาษาของเด็ก ตัวอย่างเช่นการจดบันทึกเหตุการณ์คําพูด พฤติกรรมของเด็กโดยมีขั้นตอนในการจดบันทึก 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.ขั้นตอนแรก เป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
2.ขั้นตอนที่สอง เป็นการบันทึกความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน
3.ขั้นตอนสุดท้าย เป็นการตีความและแปลความหมาย รวมถึงการสรุปพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก
2. การสัมภาษณ์พูดคุยสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์พูดคุยกับเด็กวัยต่าง ๆ กันช่วยให้ครูเข้าใจกระบวนการคิดของเด็กมากขึ้นว่ากระบวนการคิดของเด็ก พัฒนาอย่างไร รวมถึงการสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาต่างๆ ของเด็กในขณะที่อยู่บ้านด้วย
3. การถามคําถามวิธีการถามคําถามเด็กมีหลายวิธีด้วยกัน ทั้งการใช้คําถาม ทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้เด็ก ได้แสดงออกเกี่ยวกับตัวเองในการถามคําถามเด็ก ครูควรตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กกิจกรรมที่นําไปสู่คําถามและรูปแบบคําถามที่ครูใช้
ความรู้ที่ได้รับ
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นการประเมินเด็ก อย่างรอบด้านเป็นระบบ ครอบคลุมพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตามสภาพจริง จากผู้ปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งเป็นการประเมินเด็กเป็นรายบุคคล การประเมินเด็กปฐมวัยจึงมีความแตกต่างจากการประเมินเด็กในระดับอื่นที่สูงขึ้น เนื่องจากเด็กปฐมวัยมีธรรมชาติการเรียนรู้ต่างจากเด็กวัยอื่นการประเมินตามสภาพจริงจึงเป็นการประเมินสมสำหรับเด็กปฐมวัย โดยครูจะต้องตรวจสอบ และประเมินอย่างระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และเหมาะสมกับการส่งเสริมและพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยจึงจำเป็นต้องเข้าใจการประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยต่อไป
แนวทางการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยตามสภาพจริง
1.สร้างเครื่องมือการประเมินที่เหมาะสมกับธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
2.กำหนดเครื่องมือในการประเมินที่หลากหลายการประเมินพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัยคือการสังเกตการณ์สนทนากับเด็กและบันทึกอย่างเป็นระบบวิธี
3.บูรณาการการสอนกับการประเมิน คือ ครูต้องทบทวนว่าจะประเมินพัฒนาการทาง
ภาหาในตัวบ่งชี้ใโดยเลือกใช้เครื่องมือประเมินชนิดใดในช่วงเวลาใดในกิจกรรม
ประจำวันที่จัดขึ้นการวางแผนการประเมินที่เหมาะสม
4.เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็กในการประเมินพัฒนาการทางภาษาครูควรบันทึกสิ่ง
ที่เด็กสามารถทำได้เพื่อเป็นการประเมินความก้าวหน้าของเด็กไม่ควรมุ่งสังเกตสิ่งที่เด็กยังไม่สามารถทำได้การทราบสิ่งที่เด็กสามารถทำได้
5.ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลผลิตขณะที่เด็กร่วมกิจกรรมทางภาษา ครูควรให้ความสนใจกับกระบนการในการใช้ภาหาของเด็ก เช่น ขณะที่เด็กกำลังลงชื่อมา
การนํา เสนอเทคนิควิธีและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
ความรู้ที่ได้รับ
ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลักการและการประเมินการนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
ความหมายของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์คือความรู้เบื้องต้นที่เด็กควรจะได้รับรู้และมีประสบการณ์และได้รับการฝึกฝนในเรื่องของการสังเกต
ความสำคัญของความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของทุกคนดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงควรได้รับการส่งเสริมและเรียนรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์จากประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่เรียนจากสิ่งง่ายไปยาก
กลุ่มที่ 11
พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะคันหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยสมองแต่ละส่วนโดย
แต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เด่นในบ้างด้น และด้อยในบางด้านสิ่งแวดล้อมและการอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมให้พัฒนาความสามารถทางสติปัญญาในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและ
สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของพหุปัญญา
ความสามารถทางพหุปัญญา (Multiple Intelligence) หมายถึง ความสามารถทางเชาว์ปัญญาของแต่ ละบุคคลที่แสดงออกมา รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความผสมผสานกันระหว่าง พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยในแต่ละด้านนั้นสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพHoward Gardner (1983 อ้างถึงใน อารี สัณฉวี,2535 ได้จำแนกความสามารถทางเชาว์ปัญญาไว้ 7 ด้านและภายหลังได้เพิ่มอีก 2
2. การใช้แบบทดสอบ (Test)
3. แบบสำรวจรายการ (checkeist)
รับผิดชอบต่อตนเอง ในรายการของแบบบันทึกจะต้องแสดงถึงพฤติกรรมของความรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรมและครอบคลุมความหมายตามที่นิยามไว้อย่างครบล้วน และต้องอยู่ในขอบเขตของความสามารถตามวัยของผู้เรียนแบบตรวจสอบรายการที่นำมาใช้ในการประเมิน ได้แก่แบบสังเกต พฤติกรรมที่แสดงคุณลักษณะต่างๆ ของผู้เรียน แบบวัดความรู้สึกของผู้เรียนต่อสถานการณ์ต่าง ๆ และแบบประเมินทักษะการปฏิบัติสิ่งต่าง เช่นกัน
4. การเขียนบันทึก (Journae)






































